6 อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่พบมากที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์


ตามที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้าว่ากลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีนั้นจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากมาย ซึ่งคุณสามารถนำอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่แตกต่างกันมาช่วยในการวิเคราะห์ทางเทคนิคให้ดีได้ และอินดิเคเตอร์เหล่านี้ได้สร้างขึ้นเพื่อช่วยเทรดเดอร์ในการวิเคราะห์อีกทั้งยังนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ดังนั้นในวันนี้เราจะแสดงอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ใช้มากที่สุด 6 แบบในตลาดฟอเร็กซ์

ดัชนีความสัมพันธ์สัมพัทธ์

อินดิเคเตอร์ดัชนีความสัมพันธ์สัมพัทธ์ หรือมาจาก relative strength index indicator  (RSI) ใช้ในการส่งสัญญาณเมื่อตราสารมีการซื้อหรือขายมากเกินไป ซึ่งอินดิเคเตอร์นี้ลากตั้งแต่ประมาณ 0 ถึง 100 โดยที่ 100 คือสถานะที่มีการซื้อสูงสุดและ 0 คือสถานะการขายสูงสุด  ทำให้ RSI ช่วยวัดความหนาแน่นในการเคลื่อนไหวของตราสารที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการลดลงล่าสุด รวมถึงอินดิเคเตอร์นี้บ่งชี้ว่าตราสารมีแรงซื้อหรือขายในช่วงระยะเวลาการเทรด

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค

อินดิเคเตอร์ MACD

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่วิ่งเข้าหากัน/ แยกออกจากกัน  หรือมาจาก Moving average convergence/divergence (MACD) เป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์ฟอเร็กซ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งนำมาใช้เพื่อส่งสัญญาณทั้งแนวโน้มและความผันผวนของตราสาร และอินดิเคเตอร์นี้ประกอบด้วยสองค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล หรือมาจาก exponential moving averages (EMAs) ในสองช่วงเวลาที่แตกต่างกันซึ่งช่วยวัดการเคลื่อนที่ของตราสาร

อินดิเคเตอร์นี้ช่วยวัดแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นเมื่อเทียบกับการเคลื่อนที่ระยะยาวเพื่อกำหนดทิศทางของสินทรัพย์ในอนาคต และสถิติ MACD แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสองค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย โดยแท้จริงแล้วคือ 12 EMA และ 26 EMA

ดัชนีทิศทางเฉลี่ย (ADX)

ดัชนีทิศทางเฉลี่ย ADX เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มโดยเฉพาะ ทำให้เทรดเดอร์สามารถกำหนดแนวโน้มที่สูงและทิศทางที่มุ่งไป ซึ่งจุดสนใจหลักของอินดิเคเตอร์นี้ไม่ใช่ทิศทางของแนวโน้ม แต่เป็นการพัฒนาของการเคลื่อนที่ เมื่อหมายเลข ADX สูงกว่า 40 ทำให้คุณสามารถเชื่อได้ว่าแนวโน้มนี้มีการเคลื่อนที่หนาแน่นมากในทิศทางปัจจุบัน (ทั้งขึ้นและลง) และเมื่อ อินดิเคเตอร์ ADX แสดงตัวเลขต่ำกว่า 20 แสดงถึงแนวโน้มที่มีความสัมพันธ์น้อย

ปริมาณหุ้นสะสม

อินดิเคเตอร์ปริมาณหุ้นสะสม หรือมาจาก  On-Balance Volume (OBV) ใช้สำหรับวัดปริมาณการเทรดในเชิงบวก / เชิงลบของตราสารซึ่งสัมพันธ์กับราคาเมื่อเวลาผ่านไป จึงเป็นวิธีที่ง่ายในการคำนวณปริมาณรวมโดยการเพิ่มหรือหักปริมาณการเทรดออกของแต่ละช่วงเวลาซึ่งขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคา และวิธีนี้ขยายปริมาณพื้นฐานโดยรวมความผันผวนของปริมาณและราคา ซึ่งเหมาะสำหรับกลยุทธ์การค้ากำไรฟอเร็กซ์เป็นอย่างมาก

ความหมายของอินดิเคเตอร์นี้คือปริมาณการเทรดนำหน้าความผันผวนของราคา ดังนั้นหากตราสารมีการเพิ่มขึ้นของ OBV จึงเป็นสัญญาณว่าปริมาณการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นเมื่อราคาสูง และการลดลงของ OBV หมายถึงตราสารมีปริมาณเพิ่มขึ้นในวันที่ราคาต่ำลง

เส้นการสะสม/การกระจาย (A/D)

ในความเป็นจริงแล้วอินดิเคเตอร์เส้น A/D นั้นได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในการบ่งชี้กระแสเงินสดของตราสารที่ซื้อขาย ซึ่งคุณอาจคิดว่าเหมือนกับอินดิเคเตอร์ OBV อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการพิจารณาราคาปิดของตราสารในกรอบเวลาที่ระบุโดยเฉพาะ อินดิเคเตอร์ A/D นี้ยังคำนวณช่วงการเทรดในช่วงเวลานั้น

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค 1

สิ่งนี้ทำให้ภาพกระแสเงินสดมีความแม่นยำยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับความสมดุลของปริมาณการซื้อขาย ซึ่งเส้นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณของแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นตามการปิดตราสารเหนือจุดกลางของช่วง ส่วนเส้นแนวโน้มขาลงเป็นสัญญาณที่ช่วยเพิ่มแรงขายในตราสาร และเหมาะสำหรับตำแหน่งของการเทรด

อินดิเคเตอร์ Aroon

เทรดเดอร์ใช้อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคนี้เพื่อระบุว่าตราสารของพวกเขาอยู่ในแนวโน้มหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นหากเครื่องมืออยู่ในแนวโน้ม อินดิเคเตอร์ Aroon สามารถช่วยให้คุณรู้ว่าแนวโน้มการคาดการณ์จะอยู่ได้นานเท่าไหร่ หากไม่มี อินดิเคเตอร์นี้สามารถบอกคุณได้ว่าจะมีการคาดการณ์แนวโน้มใหม่เมื่อใด

อินดิเคเตอร์นี้มีสองเส้น: Aroon-up หรือขึ้น และ Aroon-down หรือลง ซึ่งตราสารในช่วงขาขึ้นเมื่อเส้น Aroon สูงกว่า 70 และสูงกว่าเส้น Aroon-up หากตราสารอยู่ในแนวโน้มขาลงเมื่อเส้น Aroon สูงกว่า 70 และสูงกว่าเส้น Aroon-down

อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคเหมาะสำหรับการวิเคราะห์ที่ประหยัดเวลา ซึ่งเทรดเดอร์หลายพันคนได้ทดสอบและให้ความไว้วางใจใน 6 อินดิเคเตอร์นี้ในบทความนี้ ทำไมคุณไม่ควรใช้ล่ะ?